พร้อมรบทุกสถานการณ์ เป็นทหารอาชีพที่มีเกียรติ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เวลา  
   

 

ประวัติกรมทหารราบที่ ๗
   
 
               ก่อน พ.ศ.๒๔๔๕    กรมยุทธนาธิการ  ส่งกำลังทหารมาประจำอยู่ที่เมืองเชียงใหม่  ๑  กองร้อย เรียกว่า   "กองทหารเมืองเชียงใหม่"   ผู้บังคับหน่วยคนแรก   คือ  ร.ท.ทองคำ   ภูมิประภาส     มีที่ตั้งอยู่บริเวณวัดศรีภูมิ  (วัดปันต๋าเกิ๋น)  ต.ศรีภูมิ  จว.เชียงใหม่
               พ.ศ.๒๔๔๕  กรมทหารราบที่ ๗  เดิมอยู่ในอัตราของกรมบัญชาการทหารมณฑลนครราชสีมา  มีคำสั่งให้ย้ายไปตั้งที่มณฑลพายัพเชียงใหม่ มีอัตรา  ๒ กองร้อย พ.ต.หลวงรักรณยุทธ  เป็นผู้บังคับการ  และได้ย้ายหน่วยมาตั้งอยู่บริเวณค่ายกาวิละ  จว.เชียงใหม่   ในปัจจุบัน
                พ.ศ. ๒๔๔๖      ได้ขยายอัตราเป็น   กรมบัญชาการทหารบก      มณฑลพายัพฝ่ายตะวันตกมีพ.อ.พระสุรฤทธิพฤฒิไกร  เป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ  มีกรมทหารราบที่  ๘ อยู่ใต้บังคับบัญชา  มณฑลพายัพ   และแต่งตั้งให้  ร.อ.หลวงเพชรกำแหง   ดำรงตำแหน่ง  ผบ.ร.๘
                พ.ศ.๒๔๔๘  เปลี่ยนแปลงกรมบัญชาการทหารบก  มณฑลพายัพตะวันตก   เป็นพายัพ   (ไม่มีฝ่ายตะวันตก และตะวันออก)  มี  พ.อ.พระยาฤทธิไกรเกรียงหาญ  เป็นผู้บังคับบัญชา  พ.ต.หลวงสรชิต-พลการ  ดำรงตำแหน่ง  ผบ.ร.๘
 

พ.ศ. ๒๔๔๙   ขยายอัตรากรมทหารบก   มณฑลพายัพ    มีกำลังดังนี้.-

 
    - กองบังคับการ
    - กองทหารปืนใหญ่
    - กรมทหารราบที่ ๘     อยู่ที่  จว.เชียงใหม่  (พ.ท.หลวงสรชิตพลการ   เป็น  ผบ.ร.๘)
    - กรมทหารราบที่  ๙     อยู่ที่  จว.น่าน
    - กรมทหารราบที่  ๑๕  อยู่ที่  จว.เชียงราย   จัดส่วนแยกไปไว้ที่  อ.เชียงคำ
    - กองทหารเมืองแพร่
    - กองทหารเมืองลำปาง
 

               พ.ศ.๒๔๗๕   กรมทหารราบที่ ๘   ได้แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ ๑๔    เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง และเศรษฐกิจ   เพื่อประหยัดงบประมาณ       ขึ้นตรงต่อผู้บังคับบัญชาmหารราบ  (พระนคร)  มี  พ.ท.หลวงพิชิตโยธา   เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่  ๑๔
               พ.ศ.๒๔๗๙ กองพันทหารราบที่ ๑๔ แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ ๓๑ มี พ.ท.หลวงเดช- รณรงค์  (อุ่น  โรจนสาโรช)  เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓๑  และดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการ จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ด้วย
               พ.ศ.๒๔๘๕ อยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒    ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสงคราม  และเป็นพันธมิตรกับฝ่ายญี่ปุ่น  กองพันทหารราบที่ ๓๑  ได้แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๑๑  โดยได้รับการเพิ่มเติมกำลังจาก กรมทหารราบที่ ๑๗
               พ.ศ.๒๔๘๙  กรมทหารราบที่ ๑๑  แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๑๔  โดยมี  พ.ท.สงวน  อัมพวรรธน์   ดำรงตำแหน่ง  เป็น  ผบ.ร.๑๔

 

               พ.ศ.๒๔๙๓  กรมทหารราบที่ ๑๔  แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่  ๗  โดยมี พ.อ.ขุนเข้มแข็ง  เพิ่มกำลังเมือง ดำรงตำแหน่งเป็น  ผบ.ร.๗
               พ.ศ.๒๔๙๘ กรมทหารราบที่ ๗  แปรสภาพเป็นกรมผสมที่ ๗ โดยมี
พ.อ.ประเสริฐ เสนานิกรม  ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ผส.๗
               พ.ศ.๒๕๒๒ กรมผสมที่ ๗ ได้แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๗ ตามคำสั่ง ทบ.ที่ ๑/๒๕๒๒  ลง ๒๔ พ.ค.๒๒ เรื่อง การแปรสภาพหน่วย ผส. เป็น กรม ร.  โดยมี
พ.อ.อำนวย  ชูเกษ ดำรงตำแหน่ง เป็น  ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๗
                พ.ศ.๒๕๒๒    กรมผสมที่  ๗    แปรสภาพเป็น   กรมทหารราบที่  ๗
ปัจจุบัน กรมทหารราบที่ ๗ มีหน่วยรองหลักอยู่ ๓ กองพันทหารราบ คือ
               - กองพันทหารราบที่ ๑
               - กองพันทหารราบที่ ๒
               - กองพันทหารราบที่ ๕

 

วันสถาปนาหน่วย

 
กรมทหารราบที่ ๗  ได้กำหนดวันที่ ๗  มีนาคม  พ.ศ.๒๔๕๕  เป็นวันสถาปนาหน่วย  ซึ่งในวันดังกล่าว  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ ๘ (กรมทหารราบที่ ๗ ในขณะนั้น)  ปรากฏหลักฐานตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๙หน้าที่  ๒๗๕๕  ลง  ๙  มี.ค.๒๔๕๕
 

ผลงานของหน่วย

 

               พ.ศ.๒๔๘๓  เกิดกรณีพิพาทสงครามอินโดจีน   กองพันทหารราบที่ ๓๑    ได้รับภารกิจให้ทำการรบเพื่อรักษาอธิปไตยด้าน อ.ทุ่งช้าง  จว.น่าน  ประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะโดยเด็ดขาด
               พ.ศ.๒๔๘๔  เกิดสงครามโลกครั้งที่  ๒  ประเทศไทยตกอยู่ภาวะสงคราม   เป็นพันธมิตรกับฝ่ายญี่ปุ่นได้ส่งกำลังเข้าปฏิบัติการรบจนเสร็จสิ้นยุติสงคราม  เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๘
               พ.ศ.๒๔๙๖   ส่งกำลังปราบจีนฮ่อที่ลักลอบค้าของเถื่อน จนประสบผลสำเร็จ
               พ.ศ.๒๔๙๗  ส่งกำลังเข้าปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทำการปลดอาวุธจีนคณะชาติที่  อ.แม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน
               พ.ศ.๒๕๐๓     จัดกำลังถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    และสมเด็จ-พระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ,  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ,  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม-บรมราชกุมารี  และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะแปรพระราชฐานมาประทับ   ณ    พระตำแหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์  จนถึงปัจจุบัน และหน่วยในบังคับบัญชาได้รับสถาปนาเป็นหน่วยทหารในพระองค์  ตั้งแต่  พ.ศ.๒๕๒๖  คือ ร.๗ พัน.๑ มีสิทธิประดับพระปรมาภิไธยย่อ  "ภปร"  ที่อกเสื้อเครื่องแบบด้านขวาได้

 

               พ.ศ.๒๕๑๑    จัดกำลังปฏิบัติราชการปราบปรามผู้ก่อการร้ายในเขต   อ.เชียงคำ  จว.เชียงราย (จว.พะเยา ในปัจจุบัน)   โดยจัดตั้งเป็น บก.ผส.๗  สน.  ตั้งแต่  ก.พ.๑๑  ถึง  ต.ค.๑๗ และได้ส่งมอบหน้าที่ให้กับ ฉก.พล.ร.๔ และยังคงจัดหน่วยกำลังรบปฏิบัติงานร่วมต่อไปจนถึง พ.ศ.๒๕๒๔
               พ.ศ.๒๕๒๕  กรมทหารราบที่  ๗  ได้รับแบ่งมอบเขตพื้นที่รับผิดชอบให้ปฏิบัติราชการสนาม  เพื่อปราบปราม ผกค. ทางด้าน จว.แม่ฮ่องสอน  โดยจัดตั้งเป็น บก.พตท.๓๕ ที่ อ.แม่สะเรียง  และต่อมาได้ส่งมอบหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับ จทบ.ช.ม.  เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ แต่ยังคงให้การสนับสนุนกำลังรบเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบ
               พ.ศ.๒๕๒๘  จัดกำลังสนับสนุนให้กับ  ฉก.๓๒๗   เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ
               พ.ศ.๒๕๒๙ ได้รับมอบภารกิจให้จัดตั้งโครงการกำจัดการปลูกฝิ่น  ร.๗  ซึ่งปัจจุบัน ได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น โครงการกำจัดพืชเสพติด ร.๗  และได้ดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

               พ.ศ.๒๕๓๐  ได้รับมอบภารกิจให้จัด ชป.พัฒนาโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อ.ฮอด , อ.จอมทอง  จว.เชียงใหม่  และ  อ.บ้านโฮ่ง  จว.ลำพูน
               พ.ศ.๒๕๓๑ ได้รับภารกิจให้จัดตั้ง กอ.บริหารงานโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อ.ฮอด ,
อ.จอมทอง  จว.เชียงใหม่  และ  อ.บ้านโฮ่ง  จว.ลำพูน
              พ.ศ.๒๕๓๑ จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการผลักดันกองกำลังต่างชาติ  ที่รุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในชายแดนบริเวณ  บ.ร่มเกล้า  อ.ชาติตระการ 
จว.พิษณุโลก
               พ.ศ.๒๕๓๖  จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยการจัดตั้ง  บก.ชค.๓๕  รับผิดชอบด้านชายแดนไทย- พม่า  ด้าน จว.เชียงใหม่   และ จว.แม่ฮ่องสอน
               พ.ศ.๒๕๓๘ - พ.ศ.๒๕๔๕  จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่   โดยการจัดตั้ง  บก.ฉก.ร.๗  รับผิดชอบด้านชายแดนไทย - พม่า ด้าน
จว.เชียงใหม่ - จว.แม่ฮ่องสอน
                พ.ศ.๒๕๔๖  จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่   โดยการจัดตั้ง  บก.ฉก.๓๙๙  รับผิดชอบป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
                พ.ศ.๒๕๔๘  จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่   โดยการจัดตั้ง  บก.ฉก.ร.๗  รับผิดชอบด้านชายแดนไทย - พม่า  พิ้นที่  จว.แม่ฮ่องสอน  จนถึงปัจจุบัน

               


 
กรมทหารราบที่ ๗ ค่ายกาวิละ ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ โทร ๐๕๓-๒๔๑๘๕๗ S3reg7@hotmail.com